วัดกิ่งแก้ว

      ตั้งอยู่เลขที่ ๒๓ ถนนกิ่งแก้ว หมู่ที่ ๑๓ ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งแต่วัดเนื้อที่ ๑๘ ไร่ ๓ งาน ๘๔ ตารางวาโฉนดเลขที่  ๑๗๕๓,๓๔๐๖,๔๘๗,๑๐๙๕ อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับถนนกิ่งแก้ว ทิศใต้ติดต่อกับถนนกิ่งแก้วและคลองชวดลากข้าว ทิศตะวันออกติดต่อกับถนนกิ่งแก้ว ทิศตะวันตกติดต่อกับคลองชวดลากข้าว ที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๕ แปลง เนื้อที่  ๑๓๘ ไร่ ๙ งาน ๓๘ ตารางวา โฉนดเลขที่   ๑๐๙๕,๓๔๐๖,๔๘๗

      พื้นที่ตั้งวัด เป็นที่ราบลุ่ม แวดล้อมไปด้วยคลอง , ที่นาและที่สวน มีถนนเป็นทางคมนาคมสะดวก ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้ อุโบสถกว้าง ๑๓ เมตร ยาว ๒๑ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๕ กุฎีสงฆ์ จำนวน ๒๐ หลัง เป็นอาคารไม้ทรงไทยโบราณและตึกแถวศาลาการเปรียญ สร้าง  พ.ศ. ๒๕๐๗ วิหาร ศาลาท่าน้ำ ศาลาบำเพ็ญกุศล ฌาปนสถาน อาคารเรียนพระปริยัติธรรม สำหรับปูชนียวัตถุมีพระประธานในอุโบสถ หน้าตึกกว้าง ๕ ศอกเศษ ปางมารวิชัย เจดีย์ ๑ องค์ อยู่ด้านหน้าอุโบสถ นอกจากนี้มีพระพุทธรูปปางมารวิชัย ๑ องค์ อยู่ที่วิหาร

      วัดกิ่งแก้ว สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๘ ไม่ทราบนามผู้สร้าง เดิมเรียกว่า " วัดกิ่งไผ่ " ต่อมาหม่อมแก้ว ได้มาทะนุบำรุงและบูรณะพัฒนาวัดให้เจริญมั่งคงขึ้น จึงได้ขนานนามวัดใหม่เป็น " วัดกิ่งแก้ว " สืบมาจนถึงปัจจุบัน วัดกิ่งแก้ว ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๒๙ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๒๑ เมตร ยาว ๓๐ เมตร สำหรับหมู่บ้านที่วัดกิ่งแก้วตั้งอยู่นี้ ทางราชการได้ตั้งเป็นหมู่บ้านพัฒนาตัวอย่างของอำเภอ บางพลีด้วย ในด้านการศึกษา ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๗ ขณะนี้มีนักธรรมที่เป็นพระภิกษุ ๓๕ รูป สามเณร ๕ รูป โรงเรียนสอนเด็กก่อนเกณฑ์เริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๑ ขณะนี้มีนักเรียน ๘๕ คน นอกจากนี้ยังได้ให้ทางราชการสร้างโรงเรียนประชาบาล สอนระดับประถมศึกษา สถานีอนามัยและห้องสมุดสำหรับประชาชนขึ้นในที่วัดนี้ด้วย

      เจ้าอาวาส จำนวน ๓ รูป คือ รูปที่ ๑ พระอาจารย์อิ่ม อินฺทสโร รูปที่ ๒ พระครูกรุณาวิหารีเผือก พ.ศ. ๒๔๔๒ - ๒๕๐๑ รูปที่ ๓ พระครูศีลคุณาธาร  อายุ ๖๖ ปี พรรษา ๔๖ ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๒ จนถึงปัจจุบัน